ไอเดีย สุขภาพดี

ดูเคล็ดลับทั้งหมด
ประโยชน์ของน้ำอุ่น

ประโยชน์ของน้ำอุ่น

2 years ago
การดื่มน้ำสะอาดเป็นการดูแลสุขภาพที่ดีอย่างหนึ่ง เพราะน้ำมีประโยชน์และความจำเป็นต่อร่างกายและสามารถช่วยฟื้นฟูสุขภาพได้อีกด้วย วันนี้เราจึงขอแนะนำประโยชน์ของการดื่มน้ำอุ่น หรือน้ำอุณหภูมิห้อง และการดื่มน้ำที่ถูกต้องมาฝากด้วยค่ะ
แชร์หน้านี้: Facebook Twitter Google+

การดื่มน้ำอุ่นเป็นเรื่องที่หลายๆคนอาจไม่ค่อยชอบเท่าไรนัก เพราะเวลาดื่มจะมีความรู้สึกเหมือนไม่ได้น้ำ หรือบางครั้งเวลาเหนื่อยๆเช่นโหมงานหนัก , ออกกำลังกายมา คนส่วนมากมักจะเลือกดื่มน้ำเย็น เพราะเวลาดื่มแล้วจะรู้สึกสดชื่น แต่ทราบมั้ยว่าการดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำเปล่าธรรมดาที่อยู่ในอุณหภูมิห้องที่มีความร้อนเหมาะสม จะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนเลือดไปหล่อเลี้ยงตามเซลล์ต่างๆในร่างกาย ส่งผลให้ระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆเป็นปกติ เราจึงแข็งแรงไม่เจ็บป่วยง่าย

ดื่มน้ำอุ่นทุกวันร่างกายได้ประโยชน์หลากหลายดังนี้

1. ช่วยดีท็อกซ์ร่างกาย

               น้ำอุ่นช่วยดีท็อกซ์ของเสียออกจากร่างกายที่ไหลเวียนอยู่ตามอวัยวะสำคัญต่างๆ เช่น ปอด ตับ ไต และลำไส้ โดยที่น้ำอุ่นจะช่วยขับถ่ายของเสียเหล่านั้นออกมาในรูปแบบต่างๆ เช่น ปัสสาวะ อุจจาระ ขี้มูก ขี้ตา และเหงื่อไคล เป็นต้น ร่างกายของเราก็จะสะอาดจากภายใน ซึ่งเราสามารถเช็กได้ง่ายๆ ก็คือการที่ร่างกายไม่มีกลิ่นตัวตามข้อพับ ไม่มีกลิ่นปาก มีแววตาสดใส เป็นต้น

2. ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย

               ใครที่เป็นคนธาตุหนัก ท้องผูก ขับถ่ายยาก ขอแนะนำว่าในตอนเช้าหลังตื่นนอน อย่าเพิ่งล้างหน้าแปรงฟัน ให้ดื่มน้ำอุ่น 1แก้ว แล้วนวดวนตามเข็มนาฬิกาเบาๆ ที่บริเวณท้อง รับรองว่าไม่นานก็จะรู้สึกปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำแน่นอน เพราะการดื่มน้ำอุ่นเป็นแก้วแรกของวันในขณะที่ท้องกำลังว่างอยู่เป็นการลดแก๊สในกระเพาะอาหาร และยังช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายของเราให้ทำงานเป็นปกติอีกด้วย

3. ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค ทำให้เราป่วยยาก

               ทุกวันนี้อากาศในบ้านเราเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาวจนร่างกายปรับตัวไม่ทัน จนบางทีอยู่ดีๆร่างกายก็แสดงอาการผิดปกติขึ้นมา เช่น ปวดหัว เจ็บคอ มีน้ำมูก คัดจมูก ไอ เป็นต้น ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนเล็กๆ ว่าสุขภาพของเราเริ่มอ่อนแอลงแล้วนะ ควรดูแลตัวเองให้มากขึ้นอีกหน่อย และการดูแลตัวเองอย่างง่าย ไม่ให้อาการหวัดถามหาก็คือ การจิบน้ำอุ่นเป็นประจำทุกวัน เพราะน้ำอุ่นช่วยให้ร่างกายไม่สะสมเชื้อโรคไวรัสและแบคทีเรีย ที่สามารถนำไปสู่อาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ได้ เพียงเท่านี้อาการป่วยก็ห่างไกลเราแล้ว

4. ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน

สาว ๆ คนไหนที่มักจะมีอาการปวดประจำเดือนบ่อยครั้ง ทำให้รู้สึกไม่มีแรง และไม่อยากขยับตัวทำอะไร  เราขอแนะนำให้จิบน้ำอุ่นแทนน้ำเย็น  เพราะน้ำอุ่นเป็นเหมือนยาแก้ปวดธรรมชาติที่จะช่วยคลายการบีบรัดของกล้ามเนื้อท้อง อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นให้เลือดลมไหลเวียนเป็นปกติอีกด้วย เพียงเท่านี้ร่างกายเราก็จะไม่อ่อนเพลีย

5. ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต

               การดื่มน้ำอุ่นให้ได้อย่างน้อย 2 แก้วต่อวันก็สามารถเพิ่มชุ่มชื้นให้กับผิวพรรณของเราได้แล้ว เพราะน้ำอุ่นช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดในเซลล์ผิวหนังทั่วทั้งร่างกาย ส่งผลให้เรามีผิวพรรณที่เปล่งปลั่ง เส้นผมเงางาม มีน้ำหนัก ไม่มีปัญหาเรื่องหนังศีรษะ เช่น รังแค ผมร่วง ผมบาง และหนังศีรษะแห้งลอกเป็นแผ่น เป็นต้น

6. ช่วยให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

                การดื่มน้ำอุ่นเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการคิดอ่านของสมองเรา ส่วนหนึ่งเพราะน้ำอุ่นช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ดังนั้นหากรู้สึกว่าทำงานแล้วไอเดียไม่บรรเจิดเลย ขอแนะนำหยุดพักสักเล็กน้อย เดินไปหาน้ำอุ่นมาจิบสักแก้วหนึ่ง เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าขึ้น สมองไม่ล้า สามารถลุยกับงานยากๆต่อได้

7. ช่วยลดการติดเชื้อบริเวณทางเดินหายใจ

               อาการเจ็บคอเกิดจากการที่ร่างกายติดเชื้อไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรียในบริเวณทางเดินหายใจ โดยที่บางครั้งจะมีอาการไอร่วมด้วย แต่เราสามารถลดการสะสมเชื้อโรคเหล่านี้ได้ด้วยวิธีง่ายๆ คือจิบน้ำอุ่นให้ได้ทั้งวัน หรือใช้วิธีกลั้วคอด้วยน้ำอุ่นในตอนเช้าและก่อนนอนก็ได้

8. ช่วยให้การออกกำลังกายเห็นผลดียิ่งขึ้น

               การออกกำลังกายในแต่ละวันของเราจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากหลังออกกำลังกายเสร็จแล้ว เราจิบน้ำอุ่นอย่างน้อย 1 แก้ว เพราะน้ำอุ่นช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดเพื่อลดการบาดเจ็บของข้อต่อ และกล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างกาย ทำให้เราไม่มีกล้ามเนื้อตึง หดเกร็ง หรือเป็นตะคริว อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความสมดุลให้กับระบบประสาทและสมองอีกด้วย เราจึงรู้สึกสดชื่น แจ่มใสมากขึ้น

การดื่มน้ำที่ถูกวิธี

               โดยปกติเราควรดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว ประมาณ 2 ลิตร หรือคิดตาม น้ำหนักตัวคูณด้วย 33 เช่น คุณน้ำหนัก 60 kg นั้นคือ 60 X 33 = 1,980 ซีซี หรือประมาณ 2 ลิตร   แต่ที่จริงแล้วเวลาและปริมาณในการดื่ม หรือความถี่ของการดื่มเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน การดื่มน้ำที่ฉลาดถูกวิธีและเป็นประโยชน์ต่อร่างกายเรามากที่สุดมีสูตรดังนี้

  1. ควรดื่มน้ำเปล่าที่สะอาด หรือต้มสุก ไม่ร้อนไม่เย็นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่อาจดื่มน้ำอุ่นๆเมื่อรู้สึกหนาวหรือไม่สบาย
  2. การดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว หมายถึงประมาณน้ำที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน ซึ่งอาจได้จาก การรับประทานผลไม้ที่มีน้ำมาก หรืออาหารที่มีส่วนผสมของน้ำมาก
  3. เมื่อรู้สึกกระหายน้ำ ควรดื่มน้ำทันที ไม่ควรดื่มเร็วเกินไป เพราะอาจทำให้จุกหรืออาจตายได้ในกรณีที่เหนื่อยจัด ไม่ควรดื่มน้ำมากเกินไป เพราะจะทำให้ระบบไตและระบบย่อยอาหารทำงานหนัก รวมทั้งอาจทำให้เป็นโรคกระเพาะอาหาร หรือกระเพาะปัสสะวะอักเสบได้อีกด้วย ยกเว้นในช่วงเวลาเพิ่งตื่นนอน หรือดื่มเพื่อบำบัดโรคค่ะ
  4. วันที่ต้องกินอาหารที่มีรสจัดมาก ไม่วา เค็ม เผ็ด เปรียว หรือมัน โดยเฉพาะขนมกรุบกรอบ ควรดื่มน้ำในปริมาณที่เพิ่มชึ้นกว่าปรกติ
  5. การดื่มน้ำเย็นบ่อยๆ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่อากาศเย็นจัดทำให้ระบบของรางกายต้องทำงานหนักเพื่อปรับอุณหภูมิของน้ำเย็นให้เท่ากับอุณหภูมิของร่างกาย และส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอ การย่อยอาหารไม่ดีเท่าที่ควร ปวดประจำเดือน
  6. ถ้าต้องการดื่มน้ำให้ได้ประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด ควรดื่มหลังจากเพิ่งตื่นนอน จากนั้นก่อนอาหาร 1 ชั่วโมงและหลังอาหาร 1 ชั่วโมงในแต่ละมื้อ สุดท้าย ก่อนนอน 1 ชั่วโมง
  7.  ไม่ควรดื่มน้ำมากกว่าครึ่งแก้ว ก่อนรับประทานอาหาร 15 นาที่ และภายใน 45 นาที หลังรับประทานอาหาร  เพราะระบบย่อยอาหารต้องทำงานหนัก ต้องผลิตน้ำย่อยออกมามากกว่าปรกติ ดูดซึมสารอาหารไม่เต็มที่
 


เมื่อรู้ข้อดีของน้ำอุ่นกันแล้ว อย่าลืมหันมาดื่มน้ำอุ่นให้มากกว่าน้ำเย็นนะค่ะ ส่วนใครที่ไม่อยากดื่มแค่น้ำอุ่นธรรมดาก็สามารถเพิ่มเติมประโยชน์จากอาหารที่มีคุณสมบัติเป็นยาได้เช่นกันนะคะ เช่น เลมอน ขิง และน้ำผึ้ง เพียงเท่านี้ร่างกายเราก็จะลืมไปเลยว่าเคยป่วยครั้งสุดท้ายเมื่อไรกัน และกลับมาติดตามบทความเพื่อสุขภาพดีๆแบบนี้ ได้ที่นี่ทุกวันกับ “ข้าวหงษ์ทองไลฟ์ ข้าวอร่อยเพื่อสุขภาพ” นะคะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.thaihealth.or.th